5/02/2012

ไข่เจียว (2)

จากแมวป่าเหนือ มาอยู่เมืองกรุง จากแมวไม่พูด ที่อยากได้อะไรก็เอาแต่จ้องหน้า กลายเป็นแมวช่างพูด อยากได้อะไรก็สั่งเอา มีเสียงหลากหลายเวอร์ชั่นมาก มีทั้งเสียง แหง๊ว สั้นๆเวลาเคืองเพราะเราชอบจับหางเล่น เสียงม๊าวววววววว ยาวๆเวลาอ้อน เสียง prrr ในลำคอเวลาพอใจ จากข้าวคลุกปลาทู มาเป็นปลาเก๋าต้มเลิศรส จากนอนกลางดินกลางป่า มานอนในบ้าน มีที่นอนอยู่ทุกมุมของบ้าน ที่นอนกลางวัน ที่นอนกลางคืน เอาใจกันสุดฤทธิ์ ซื้อของเล่นดีๆแพงๆมาให้ไม่เล่นค่ะ ชอบเล่นเชือกที่มัดมากับกล่องพัสดุไปรษณีย์ จนบางครั้งอึออกมาเป็นเชือกก็มี =_=!



กิจวัตรประจำวันเป็นรูทีนมาก เนื่องจากไข่เจียวเป็นเหมือนคนในครอบครัวไปแล้ว และเราก็ทำงานที่บ้าน แบ่งห้องเล็กๆห้องหนึ่งไว้ทำงานคล้ายออฟฟิศกลายๆ ไข่เจียวจึงถูกแต่งตั้งให้มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหน้าที่นอกจาก Happy Stick คือ ประธานบริษัท ฉันเป็น พนักงานประจำและพนักงานทำความสะอาด พี่บอมบ์เป็นพนักงาน เป็นพ่อครัว และเอนเตอร์เทนเนอร์ ทุก 5 โมงเย็นจะมาเกาประตูห้องทำงาน มาชวนเล่น
มาร้องขอออกระเบียงเพื่อไปชมวิว และมาบอกเราว่าเลิกงานได้แล้ว มาเล่นกันเถอะ


เรามีชีวิตเป็นรูทีนแบบนี้มาสิบปี ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหน เพราะเราต่างไม่อยากทิ้งท่านประธานไว้ที่บ้าน ตอนที่ไปญี่ปุ่นถึงกับต้องให้แม่มาเฝ้าบ้านให้ ไม่ได้ห่วงบ้านแต่ห่วงไข่เจียว จึงทำให้ไม่ค่อยอยากไปเที่ยวไหน จริงแล้วอยากเอาไปด้วยทุกที่ แต่รู้มาว่าแมวติดที่ ถ้าเปลีี่ยนที่หรือย้ายที่อยู่ จะเครียด เราไม่อยากให้ท่านประธานต้องเครียด เลยไม่ค่อยจะไปเที่ยวไหน แค่ออกจากบ้านไปตอนกลางวันก็ต้องรีบกลับมาเพราะคิดถึงไข่เจียว เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง ไข่เจียวให้ความรัก ให้ความสุขเราอย่างเต็มที่ เราต่างแชร์ความรักซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่ จนวันหนึ่ง ไข่เจียวเริ่มไม่สบาย ร้องออกไปกินไผ่แมวทุกวัน เราก็ดูแลไปตามที่เราจะทำได้พร้อมกับทำใจไปพร้อมกัน เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเดือนหลังจากที่เสียงร้องเป็นกบ
ไม่ค่อยกิน จนในที่สุดก็ไม่กินอะไรเลย กินแต่นํ้า และไม่มีเสียงร้องอีกต่อไป


เช้าวันที่ 25 เมษายน 2555 ไข่เจียวก็จากไปอย่างสงบ เราดีใจที่ได้อยู่กับไข่เจียวจนถึงวินาทีสุดท้าย ได้คุยกัน ได้บอกลา
เมื่อไข่เจียวจากไป เราทั้งโล่งอก ทั้งดีใจ ทั้งเสียใจไปพร้อมๆกัน โล่งอกที่เขาไม่ต้องทรมานอีก เพราะเราตกลงกันว่าจะไม่ฉีดยาไม่รักษา
ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ให้เขาไปให้เร็วที่สุด ไม่ยื้อเขาไว้ให้มีสภาพเหมือนผัก เพราะมันทรมาน และท่านประธานก็แก่มากแล้ว คงถึงเวลาของเขาแล้ว



ไข่เจียวจากเราไปแล้ว แต่สิ่งที่ไข่เจียวทิ้งไว้ให้ นอกจากความรัก ความคิดถึง คือความสุขที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างคุ้มค่าทุกนาที
เราไม่ต้องรู้สึกว่า “เอ๊อ รู้งี้นะ!”  เราต่างก็ดีใจที่เราอยู่กับเขาจนถึงวินาทีสุดท้าย ไข่เจียวช่วยตอกยํ้าความรู้สึกของเราว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันถูกต้องแล้ว เพราะมันมีความสุข ไม่รู้สึกผิดเมื่อเขาจากไป ไข่เจียวยํ้ากับเราอีกว่าอย่ามัวเสียเวลาไปกับเรื่องที่ทำให้ชีวิตเราไม่มีความสุข
ขอให้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่รักอย่างคุ้มค่าในทุกๆวัน ทำอะไรที่อยากทำ ไม่ต้องฝืนใจเสียเวลาทำสิ่งที่ไม่อยากทำ
ไม่ต้องแสวงหาความสุขที่ไหนไกล ดูแลคนใกล้ตัวของเราให้ดี ชีวิตมันสั้นนัก
เราได้พบมันแล้วด้วยตัวของเราเอง ขอบคุณนะท่านประธาน ไข่เจียว
เราจะเก็บไข่เจียวไว้ในใจเราเสมอ ต่อจากนี้เราสามารถเอาไข่เจียวไปกับเราได้ทุกที่
และวันหนึ่งถ้าเราจะเลี้ยงแมวอีก เราจะตั้งชื่อว่า “ไข่เจียว”


4 comments:

aim.mo said...

เพิ่งรู้ว่าไข่เจียวไปเที่ยวเล่นบนก้อนเมฆแล้ว

เสียใจด้วยนะคะอ้อยซัง

เชื่อว่าไข่เจียวพกความทรงจำดีๆเป็นทุนติดไปกับตัว และแบ่งความทรงจำดีๆนั้นให้คุณบอมบ์และอ้อยซังเก็บไว้เป็นทุนต่อใจตัวเองด้วยนานแสนนานนะคะ

Littleblackoz Studio said...

ขอบคุณมากๆจ้ะ เอ็มโม่
อ้อยไม่กล้าบอกใคร กลัวจะไปทำให้เค๊าเศร้ากันหมด
นี่ดีขึ้นพอสมควรแล้วล่ะ เข้มแข็งขึ้นบ้างแล้ว
ขอบคุณจริงๆจ้ะ ^^

mangomango said...

ด้วยตัวเองเป็นคนที่รักแมวมากเหมือนกัน พอได้อ่านเรื่องของท่านประธานไข่เจียว...น่ารักจริงๆคะ


ตอนนี้ไข่เจียวคงวิ่งเล่น..ส่งเสียงเหมียวหมาว อย่างมีความสุข บนก้อนฟูฟ่อง สีขาว..แล้วคอยให้กำลังพี่อ้อยอยู่แน่เลย...

เมี๊ยวว........
(แค่ได้คิดถึงก็เป็นสุขใจ)

Littleblackoz Studio said...

ขอบคุณนะจ๊ะนู๋ mangomango ใช่แล้วล่ะจ้ะ
ไข่เจียวไปเริ่มต้นที่ใหม่แล้ว เหลือไว้แต่ความคิดถึงตลอดกาลเลยล่ะ ^^

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...